....ผู้หญิง/ความรัก/บัลลังก์/การเมือง/ศาสนา/และความตาย ตอน: "ราชินีคนแรกของอังกฤษที่โลกลืม" .../วัชรานนท์

กระทู้คำถาม
พึ่งกลับมาจากดูหนัง "แมรี่ราชินีแห่งสก็อตแลนด์"  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษที่ยุ่งเหยิงและพลิกผันทางการเมืองและศาสนามาก  เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนิกายโรมันคาธอลิกและโปรแตสแตนท์ที่มีบัลลังก์แห่งอังกฤษเป็นหลักชัย    และที่สำคัญคือเป็นการต่อสู้ของ "ผู้หญิง" คือพระราชินีอลิซาเบธที่๑ (แห่งอังกฤษ) กับ พระราชินีแมรี่ (แห่งสก็อตแลนด์)   แม้ทั้งสองพระองค์ต่างเป็นพระประยูรญาติเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน  แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่พระราชินีอลิซาเบธต้องสั่งตัดสินประหารพระราชินีแม่แห่งสก็อตแลนด์

ในหนังตัดเอาเฉพาะการขับเคี่ยวกันระหว่างพระราชินีอลิซาเบธที่๑ (อังกฤษ) กับ พระราชินีแมรี่ (สก็อตแลนด์)   แต่ผมอยากจะท้าวความไปก่อนหน้านั้นอีก  คือก่อนหน้าที่เจ้าหญิงอลิซาเบธจะสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่๑แห่งอังกฤษ   เพราะมีเหตุการณ์ที่สำคัญและเป็นการขับเคี่ยวทางการเมืองของ "ผู้หญิง" เช่นกัน


จำเดิม....พระเจ้าเฮนรี่ที่๘ มีมเหสีองค์แรกที่ให้กำเนิดพระธิดาชื่อเจ้าหญิงแมรี่ (คนละ "แมรี่" ที่สก็อตแลนด์)  พระเจ้าเฮนรี่จึงขอหย่ากับมเหสีเพราะต้องการหาบุตรมาสืบสกุล   แต่โป๊ปที่วาติกันไม่อนุญาตให้หย่า   อังกฤษกับวาติกันจึงระหองระแหงกัน   และเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคี่ยวกันระหว่าง "โรมันคาธอลิก" กับ "โปรแตสแตนท์" ที่อังกฤษ   พระเจ้าเฮนรี่ตัดสัมพันธ์กับวาติกันแล้วเดินหน้าหย่ากับมเหสีองค์แรก   เจ้าหญิงแมรี่ซึ่งยังเด็กอยู่ก็ต้องออกจากพระราชวังไปอยู่กับมารดา   พระเจ้าเฮนรี่แต่งงานใหม่และได้พระธิดาอีกชื่อเจ้าหญิงอลิซาเบธ     ไม่นานพระเจ้าเฮนรี่ก็หย่ากับพระมารดาของอลิซาเบธอีก   แถมสั่งตัดหัวพระมารดาของเจ้าหญิงอลิซาเบธอีก  

โดยสายเลือด  เจ้าหญิงแมรี่พระธิดาคนแรกของพระเจ้าเฮนรี่กับเจ้าหญิงอลิซาเบธพระธิดาคนที่สองจึงเป็น "พี่น้องต่างมารดากัน"   และต่อมาทั้งสองก็สถาปนาเป็นพระราชินีไล่หลังกัน    ซึ่งกว่าจะได้ขึ้นครองบัลลังก์(เลือด) ก็มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษที่เกี่ยวโยง ความรัก  ศาสนา และความตาย    ตามผมมา...จะเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
พระเจ้าเฮนรี่ที่๘ มีภรรยาถึงหกคน (เพราะต้องการหาองค์รัชทายาทที่เป็นผู้ชาย)   และสั่งประหารชีวิตภรรยาตนเองไปสองคน  สุดท้ายก็ได้ลูกชายสมดั่งใจ   ซึ่งต่อมาก็คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่๖(ครองราชย์เมื่ออายุ 9 ขวบ)  โดยสายเลือด พระเจ้าเอ็อเวิร์ดที่๖ มีพี่สาวต่างมารดาสองคนคือเจ้าหญิงแมรี่และอลิซาเบธ    ตามหลักการสืบสันตติวงศ์แล้ว   คนที่จะได้ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่๖ คือเจ้าหญิงแมรี่ที่เป็นพี่สาวคนโต    แต่ติดตรงที่ว่าเจ้าหญิงแมรี่เป็น "คาธอลิก" แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเป็นโปรแตสแตนท์อย่างเคร่งครัด   ที่สำคัญไปกว่านั้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดไม่โปรดเจ้าหญิงแมรี่และอลิซาเบธพี่สาวทั้งสองคน   ซึ่งตรงนี้มีรายละเอียดเยอะ   เอาสั้นๆ ไปก่อนว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดตกอยู่ใต้อำนาจของขุนนางและประธานองคมนตรีที่เป็นโปรแตสแตนท์

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่๖ สิ้นพระชนม์เมื่ออายุ ๑๕ พระชรรษา   ประธานองคมนตรีเก็บข่าวการสวรรคตโดยไม่แจ้งให้พสกนิกรทราบถึง ๔ วัน  (นักประวัติศาสตร์อังกฤษบอกว่าเขาวางแผนที่จะยึดบัลลังก์)    พินัยกรรมที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเขียนไว้ขณะนอนซมอยู่บนเตียงซึ่งมีเพียงพระองค์กับประธานองคมนตรีสองคนว่าทรงยกราชบัลลังก์ให้กับ เลดี้เจน เกรย์ที่ตอนนั้นมีอายุกำลังย่างเข้าวัยรุ่น     เลดี้เจน เกรย์ท่านนี้เป็นมีศักดิ์เป็นหลานของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด (แม้จะอายุไล่เรี่ยกัน)   และก่อนหน้าที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจะสวรรคตไม่นาน    ประธานองคมนตรีก็จับเลดี้เจน แต่งงานกับลูกชายของตนที่ชื่อกิลเฟิร์ด     พูดตรงๆ ก็คือ ประธานองคมนตรี (ดยุค แห่งแคว้นธัมเบอร์แลนด์)วางแผนยึดอำนาจในราชสำนักอังกฤษไว้แล้วนั่นเอง     

หลังจากประธานองคมนตรีประกาศข่าวการสวรรคตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่๖ไปแล้ว   วันเดียวกันก็ประกาศผู้สืบราชสมบัติต่อ   โดยสถาปนา เลดี้เจน เกรย์ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีเจนซึ่งเป็น พระราชินีองค์แรกแห่งอังกฤษ    ในตอนแรกเลดี้ เจนปฏิเสธที่ขึ้นเป็นพระราชินีเพราะเห็นว่า เจ้าหญิงแมรี่หรือไม่ก็เจ้าหญิงอลิซาเบธคู่ควรกว่า    แต่บรรดาเหล่าขุนนางและองคมนตรีไม่เห็นด้วยที่จะให้เจ้าหญิงแมรี่เป็น   ซึ่งเท่ากับเปิดประตูให้ชาวคาธอลิกกลับมายิ่งใหญ่อีก     เลดี้เจนก็จำใจก้าวขึ้นสู่บัลลังก์    นั่นเป็นแผนการแรกในการครองอำนาจในราชสำนักของประธานองคมนตรี    แผนการต่อไปก็คือให้ลูกสะใภ้ซึ่งตอนนี้พระราชินีเจน  สถาปนาพระสวามี (ซึ่งเป็นลูกชายของประธานองคมนตรี) ขึ้นเป็นking


แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด....พระราชินีเจนไม่ยอมตั้งพระสวามีขึ้นเป็นคิง   เพียงแต่เลื่อนอิสริยศจาก "ลอร์ด" เป็น "ดยุค"   ประธานองคมนตรีก็ได้แต่กุมขยับทำอะไรออกหน้าออกตาไม่ได้เต็มไม้เต็มมือ   เพราะลูกสะใภ้ซึ่งตอนนี้เป็นพระราชินีไปแล้วเกิดแข็งข้อ

ทางด้านเจ้าหญิงแมรี่และเจ้าหญิงอลิซาเบธซึ่งลี้ภัยจากการไล่ล่าของประธานองคมนตรีไปอยู่ทางเหนือของอังกฤษก่อนหน้านั้น  พอทราบข่าวการสวรรคตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็รวบรวมไพร่พลที่กลับมาทวงบัลลังก์คืนที่ลอนดอน   คณะองคมนตรีที่เคยสนับสนุนประธานองคมนตรีและพระราชินีเจนเริ่มเปลี่ยนเป็น "งูเห่า"  หันไปเข้าข้างเจ้าหญิงแมรี่และอลิซาเบธ   เพียงไม่กี่อาทิตย์  เจ้าหญิงแมรี่กับอลิซาเบธก็ยึดลอนดอนได้ทั้งหมด    จากนั้นเจ้าหญิงแมรี่ก็ปราบดาภิเษกเป็นพระราชินีแมรี่ที่๑    นักประวัติศาสตร์อังกฤษขนานนามว่าควีนแมรี่ผู้เปื้อนเลือด (เพราะจากการเข่นฆ่าชาวโปรแตสแตนท์และจากสงครามชิงบัลลังก์)   

สองศรีพี่สองเจ้าหญิงแมรี่กับอลิซาเบธขี่เคียงคู่เข้าลอนดอนอย่างสง่างาม   ผู้พี่เป็นพระราชินีแมรี่ที่๑ ส่วนผู้น้องเป็นเจ้าหญิงอลิซาเบธผู้สง่างาม   สิ่งแรกที่ควีนแมรี่ที่๑ทำก็คือ  สั่งประหารประธานองคมนตรี (ดยุคแห่งธัมเบอร์แลนด์) อย่างโหดเหี้ยม    ส่วนพระราชินีเจนก็พระราชทานอภัยโทษลดศักดิ์จากราชินีกลับมาเป็น "เลดี้" อย่างเดิมเพราะเห็นแก่สายเลือด   แต่ต่อมาไม่นาน......เลดี้เจนกับสามีก็ไม่พ้นแดนประหารอยู่ดีโดนข้อห้าว่าสมคบคิดยิ้ม   ควีนแมรี่ที่๑ มีพระราชเสาวนีย์ให้เวลาเลดี้เจน (อดีตพระราชินีคนแรกแห่งอังกฤษ) ๔ วันเพื่อเปลี่ยนนิกายจาก "โปรแตสแตนท์" มาเป็น "คาธอลิก"    แต่เลดี้เจนยึดมั่นในโปรแตสแตนท์อย่างมั่นคงและขอตายในหัตถ์ของพระเจ้าฐานะชาวโปรแตสแตนท์ (ภาพข้างล่างเป็นภาพวาดการประหารเลดี้เจน)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่